ความรักครั้งแรก

posted on 05 Jan 2010 03:36 by completefeeling

"อกหักจากรักครั้งแรก มันก็เจ็บแบบนี้แหละลูก มันเหมือนใครเอาขวานมาผ่ากลางใจ
เจ็บจนหัวใจจะแหลก มือไม้อ่อนไม่มีแรงจะกินจะนอน แต่พอผ่านไปสักสิบปียี่สิบปี
เราก็ไม่เจ็บแล้ว เราก็อาจจะหัวเราะขำตัวเองเสียด้วยซ้ำ"
แม่ของเพื่อนฉันปลอบมือลูบหลังด้วยความปราณี
"สิบปี..ยี่สิบปีจะลืมเหรอแม่ หนูไม่มีวันลืมเขาหรอก หนูรักเขามาก"
ท้ายประโยคฟังไม่เป็นคำเพราะถูกเกลื่อนด้วยเสียงสะอื้นและหยดน้ำตา
ผู้ฟังได้แต่โอบร่างนั้นไว้ "ไม่มีใครลืมรักครั้งแรกหรอกลูก...แต่เวลาจะทำให้เราจะเข้าใจและเจ็บกับมันน้อยลงเรื่อยๆ"
ไม่มีโต้เถียงใดจากฉัน นอกจากหยดน้ำตาและเสียงสะอื้น
คนที่ตกในความทุกข์ ไม่ว่าจะพูดจะปลอบอย่างไร
ในตอนนั้นก็คงไม่มีประโยชน์อะไรด้วยยังยึดติดกับสิ่งที่ตนเอง"ผิดหวัง"
ชีวิตในช่วงนั้นจึงหมดเปลืองไปกับน้ำตา
การเขียนความรู้สึกถึงเขาคนนั้นทุกวันๆ
แอบไปดูเขาที่บ้านจนดึกดื่น แล้วก็กลับมานอนร้องไห้
สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ตอนนั้น มีเพียงวันเวลาดีๆที่มีร่วมกันตลอดสองปี
และรูปถ่ายมากมายของเขาที่เคยมอบไว้แทนตัว
หวังเพียงว่าเขาจะกลับมา...
ฉันรู้จักคำสัญญา จากปากของเขา
จากคนที่บอกว่า จะไม่ทำให้ฉันเสียใจ
แต่ท้ายแล้ว ฉันเสียใจเพราะเขา
ฉันไม่ได้โกรธ แต่หมดศรัทธาต่อทุกคำสัญญา
ได้แต่เฝ้าคอยว่า เมื่อไรฉันจะเจ็บกับมันน้อยลง
ในสองสามปีแรกฉันต้องเป็นทุกข์กับการพยายามที่จะลืม
ด้วยคิดว่าการลืมจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ต่อมาฉันเรียนรู้ว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องพยายามลืม
ด้วยว่าความพยายามนั้นมันทำให้เจ็บปวด
หากว่า "ความรัก" เป็นสิ่งดี
ก็จงเลือกเก็บเพียงความทรงจำที่ดีนั้นไว้ในความทรงจำ
ดังที่แม่ของเพื่อนได้พูดไว้ "เวลา"จะทำให้เราเข้าใจและเจ็บน้อยลง

ฉันและเขา ต่างห่างหายจากกันไปด้วยความตั้งใจของเขาและความจำนนของฉัน
มีเพียงความรักที่ฉันมีให้เขาเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหวและคงอยู่ในบันทึกเล่มนั้น
มันถูกเขียนขึ้นในวันแรกที่พบกันถึงวันสุดท้ายที่จากลาและนับจากวันเขาจากไป
ตั้งใจว่าเมื่อพบกันอีกครั้งจะนำสิ่งที่เขียนมอบให้เขา
อาจจะเป็นหนึ่งเดือนสองเดือนหรือหนึ่งปี...สิบปีหรือไม่อีกเลยตลอดไป
ฉันเขียนมันทุกวันด้วยความคิดถึงเขา
ถึงตอนนี้ฉันก็จำไม่ได้เสียแล้ว...ว่านานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้เขียนบันทึกนั้นอีก
เช่นเดียวกับรูปถ่ายของเขาที่อยู่กับฉันมาเนิ่นนานกว่าเจ้าของภาพ
นานแสนนานแล้วที่ฉันไม่ได้หยิบขึ้นมาดู
ด้วยภาพในทรงจำนั้นเด่นชัดจนฉันไม่ได้ต้องการภาพถ่ายใดๆ
และไม่ว่าจะนานเพียงใด ก็ยังคงเด่นชัดอยู่ลึกๆในใจ


เคยมีคำถามต่อเพื่อนคนหนึ่งว่า
ถ้าคนที่เรารักจากไปเราต้องรอเขานานแค่ไหนเขาถึงจะกลับมา
เพื่อนตอบว่า
ถ้ายังรออยู่แปลว่า ไม่นาน
ถ้าไม่ได้รอแล้ว แปลว่ามันนาน(จึงรอไม่ไหวแล้ว)

"เวลา" ทำให้ฉัน ไม่ได้รอหรืออาจเพราะฉันไม่มั่นคงเพียงพอ
"การรอคอย"จึงมีอายุขัยสั้นกว่า " ความรัก"

 


ฉันไม่สู้แน่ใจนักในเรืองรักครั้งแรกของฉัน
ว่าความรู้สึกมันเหมือนกับคนอื่นหรือไม่
แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนล้วนมีความทรงจำเกี่ยวกับความรักครั้งแรกทุกคน
และเมื่อใดก็ตาม ที่เราพูดคุยกับเพือนถึงเรื่อง "ความรัก"
ไม่ว่าเราจะเรียกขานหรือเอ่ยถึงรักครั้งแรกไหม
แต่ในจิตใจลึกๆขณะนั้นย่อมเต็มไปด้วยเรื่องราวและความรู้สึก
ที่เราไม่อาจจะลบเลือนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร

24 ธันวาคม
ปีนี้เป็นปีที่สองที่ฉันตัดสินใจไม่ได้ไปใส่บาตรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดให้กับ" เขา"เหมือนดังสิบกว่าปีที่ผ่านมา
แต่นั่นไม่สามารถทำให้ ฉันหลงลืมได้เลย ในส่วนลึกของจิตใจก็ยังเก็บเขาไว้ด้วยความรัก
ได้ยินเสียงเพลง silent night ที่เขาเคยร้องให้ฟังก็อดไม่ได้ได้ที่จะคิดถึง
หลายวันก่อน ฉันพบเบอร์โทรของเขามาด้วยความบังเอิญ จากการเล่นอินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยี่สมัยนี้มันไร้ขีดจำกัดจริงๆ คนที่ฉันตามหามาตลอดหลายปี ตอนนี้ฉันมีทั้งเบอร์โทร ที่อยู่
ขาดแต่ก็คือความผูกพันที่มันขาดวิ่นไม่เหลือดี...
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหนก็เติมเต็มส่วนนี้ไม่ได้ด้วยมันหายไปกับห้วงเวลา
.
.
.

ฉันจึงได้แต่ปล่อยให้มันผ่านไป...
แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลกลองใจฉัน ในคืนวันเกิดของเขา 24 ธันวาคม


คืนนั้น
จิตใจเลื่อนลอยในห้วงคำนึง
มือคลิกเมาส์เรื่อยเปื่อย
ฉันพบข้อมูลของเขาในเฟสบุค!.......
เหมือนโลกหยุดหมุนอยู่ตรงนั้น
ฉันไม่อาจเข้มแข็งพอที่จะให้มันผ่านไปดังเช่นครั้งที่แล้ว...
ชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะส่งข้อความ อวยพรวันเกิด และขอadd
แต่เมื่อทำไปแล้วฉันนึกตำหนิตนเองที่ทำเรื่องโง่ๆลงไป
ลึกๆแล้ว...ความทรงจำบางอย่างกำลังตื่นนอน

หลายวันต่อมา
เกิดเหตุการณ์ที่มันเหมือนความฝัน
แน่นอนฉันฝันถึงเขาบ่อยครั้ง ในช่วง12 ปีหลังการจากลา
แต่ในครั้งนี้มันคือความจริงเราได้คุยกันอีกครั้งผ่านช่องทางสื่อสารmsn
นั่นคือสิ่งที่ฉันเลือกแทนการโทรศัพท์ เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกอึดอัดมากเกินไป
เขากล่าวขอโทษ กับเรื่องราวที่ผ่านมา
มันเหมือนกับว่า เรื่องราวครั้งนั้นมันเป็นความผิดที่ติดอยู่ในใจของเขา
ฉันได้แต่กล่าวว่าไม่ได้โกรธ และไม่ได้โกรธ
แต่ในใจคิดว่า สิบสองปีที่ผ่านมานับจากการจากลา
สำหรับฉัน สิ่งที่ติดอยู่ในใจคือ "ความรัก "
สำหรับเขา มันคือ"ความผิด" เท่านั้นน่ะหรือ มันมี "ความรัก" หลงเหลือบ้างไหม
แต่จะมีประโยชน์อะไรในการเอ่ยถาม
ถามหาความรัก...ซึ่งในขณะนี้ไม่มีใครพร้อมจะรับมันแม้แต่ตัวผู้ถามเช่นฉันเอง

สิ่งที่สัมผัสได้คือความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจของเขา
ดังนั้นฉันจึงทำหน้าที่สำคัญในฐานะคนที่รักเขาอีกเพียงครั้งและเป็นครั้งสุดท้าย
นั้นก็คือการปลดพันธนาการบาปในใจเขาออกไป

.
.
.
เรื่องที่เขาเดินจากไป ฉันไม่เข้าใจนัก ว่าเป็นเพราะเขาไม่ได้รัก หมดรัก หรือเพราะไปด้วยกันไม่ได้
เหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่ชัดเจนถึงการจากไปนักและเป็นคำถามในใจฉันเสมอมา
หากแต่ฉัน มั่นใจ ว่ามันไม่ใช่ความผิด
การที่เขาเดินจากฉันไป ไม่ใช่ความผิดใดๆและฉันไม่เคยคิดเคืองโกรธ
และไม่อยากให้เขากล่าวโทษแก่ตนเอง
เราพูดจากันอีกเพียงไม่กี่คำ
.
.
.
สำหรับฉันแล้วมีคำเป็นร้อยเป็นพันคำที่อยากจะพูดและถามความเป็นไปของเขา
แต่ก็มีเพียงประโยคโง่ๆของฉันเพียงไม่กี่ประโยคที่พูดออกไป
ด้วยหวังให้เขาสบายใจ และหลุดจากความผิดที่ติดในใจ
เขากล่าวอวยพรให้แด่ฉัน
อ่านแล้วได้แต่ใจหาย รู้สึกถึงการจากกันอีกครั้ง


"เวลา" ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างดี
เส้นทาง ของฉันและเขา ได้แยกจากกันนานแล้ว
และโอกาสที่พบกันในครั้งนี้เป็นเพียงเส้นทางที่" ตัดผ่าน"กันด้วยความบังเอิญ
วันนี้เมื่อบังเอิญเราเดินมาพบกัน และทักทาย นับเป็นเรื่องที่ดี

สิ่งที่ฉัน สูญเสียไปในครั้งนั้น ก็เพียงตัวเขา
แต่ฉันไม่เคยสูญเสีย ความรัก ที่มีครั้งนั้น
การจากกัน จึงไม่ได้หมายถึง การหลงลืมสิ่งดีๆที่เคยมีและทำร่วมกันมา
ฉันจึงบอกแก่เขาด้วยถ้อยคำที่หวังว่า เขาจะรู้สึกดีขึ้นบ้างว่า
"การพบกันระหว่างเรา ไม่ว่าครั้งนั้น หรือครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี"


เราต่างแยกย้ายกันอีกครั้ง
ฉันไม่ได้ร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของเขา
ด้วยว่า ฉันไม่ได้เพิ่งสูญเสียเขาไปวันนี้
หากแต่การสูญเสียนั้นมันเนิ่นนานจนฉันหลงลืมแม้ความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าไม่อาจจะผ่านพ้นมันไป
ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเขาเท่านั้น ที่ไม่ยืนยาวและไม่อาจสานต่อได้
หากแต่ใครสักคนจะตัดสินว่า รักครั้งแรกนั้นไม่ยืนยาว
สำหรับฉันแล้วมันยืนยาวตราบลมหายใจ
เวลานี้ความรักครั้งแรกของฉันมีอายุครบ 14 ปีเพียงพอหรือเปล่า
จำนวนปีไม่ใช่มาตรวัดคุณค่า
หากคุณค่า ก็คือ สิ่งที่เก็บรักษาเอาไว้ในความทรงจำ
นั่นคือ" ความรัก "ซึ่งฉันจะเก็บมันไว้ใต้ปีกความทรงจำตลอดไป


วันนี้ฉันออกเดินบนถนนชีวิตที่คนข้างบนขีดไว้อีกครั้ง
หนทางข้างหน้าไม่มีใครบอกได้ว่าต้องพบเจออะไร
ไม่มีใครรู้ว่าเราต้องพบและจากกับใครอีกบ้าง
อีกกี่ความรักที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเพียงเสี้ยวทรงจำและรอยก้าวบนทางชีวิต
แต่ฉันก็ยังอยากเป็นความทรงจำที่งดงามสำหรับคนที่รัก
ฉันยิ้มให้เพื่อนร่วมทางที่ชื่อว่า"คนรัก" แล้วจูงมือกันออกเดิน
ภายใต้สายตาของเวลาที่เฝ้ามอง........
ฝากความทรงจำไว้...เบื้องหลัง....อีกครั้ง

 

พระจันทร์รำพึง

5-1-53

http://www.oknation.net/blog/completefeeling/2010/01/05/entry-1/comment#post

 

ขอบคุณเพลง ความทรงจำสีจาง ปาล์มมี่

Comment

Comment:

Tweet

เขียนถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกได้ดีจังค่ะ

อ่านแล้ว ทำให้นึกถึงความรู้สึกของตัวเอง

ไม่แตกต่างกันเลย...

แล้วก็ผ่านมาได้นะคะ

#1 By Pat on 2010-01-05 11:14