ความรักครั้งแรก

posted on 05 Jan 2010 03:36 by completefeeling

"อกหักจากรักครั้งแรก มันก็เจ็บแบบนี้แหละลูก มันเหมือนใครเอาขวานมาผ่ากลางใจ
เจ็บจนหัวใจจะแหลก มือไม้อ่อนไม่มีแรงจะกินจะนอน แต่พอผ่านไปสักสิบปียี่สิบปี
เราก็ไม่เจ็บแล้ว เราก็อาจจะหัวเราะขำตัวเองเสียด้วยซ้ำ"
แม่ของเพื่อนฉันปลอบมือลูบหลังด้วยความปราณี
"สิบปี..ยี่สิบปีจะลืมเหรอแม่ หนูไม่มีวันลืมเขาหรอก หนูรักเขามาก"
ท้ายประโยคฟังไม่เป็นคำเพราะถูกเกลื่อนด้วยเสียงสะอื้นและหยดน้ำตา
ผู้ฟังได้แต่โอบร่างนั้นไว้ "ไม่มีใครลืมรักครั้งแรกหรอกลูก...แต่เวลาจะทำให้เราจะเข้าใจและเจ็บกับมันน้อยลงเรื่อยๆ"
ไม่มีโต้เถียงใดจากฉัน นอกจากหยดน้ำตาและเสียงสะอื้น
คนที่ตกในความทุกข์ ไม่ว่าจะพูดจะปลอบอย่างไร
ในตอนนั้นก็คงไม่มีประโยชน์อะไรด้วยยังยึดติดกับสิ่งที่ตนเอง"ผิดหวัง"
ชีวิตในช่วงนั้นจึงหมดเปลืองไปกับน้ำตา
การเขียนความรู้สึกถึงเขาคนนั้นทุกวันๆ
แอบไปดูเขาที่บ้านจนดึกดื่น แล้วก็กลับมานอนร้องไห้
สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ตอนนั้น มีเพียงวันเวลาดีๆที่มีร่วมกันตลอดสองปี
และรูปถ่ายมากมายของเขาที่เคยมอบไว้แทนตัว
หวังเพียงว่าเขาจะกลับมา...
ฉันรู้จักคำสัญญา จากปากของเขา
จากคนที่บอกว่า จะไม่ทำให้ฉันเสียใจ
แต่ท้ายแล้ว ฉันเสียใจเพราะเขา
ฉันไม่ได้โกรธ แต่หมดศรัทธาต่อทุกคำสัญญา
ได้แต่เฝ้าคอยว่า เมื่อไรฉันจะเจ็บกับมันน้อยลง
ในสองสามปีแรกฉันต้องเป็นทุกข์กับการพยายามที่จะลืม
ด้วยคิดว่าการลืมจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ต่อมาฉันเรียนรู้ว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องพยายามลืม
ด้วยว่าความพยายามนั้นมันทำให้เจ็บปวด
หากว่า "ความรัก" เป็นสิ่งดี
ก็จงเลือกเก็บเพียงความทรงจำที่ดีนั้นไว้ในความทรงจำ
ดังที่แม่ของเพื่อนได้พูดไว้ "เวลา"จะทำให้เราเข้าใจและเจ็บน้อยลง

ฉันและเขา ต่างห่างหายจากกันไปด้วยความตั้งใจของเขาและความจำนนของฉัน
มีเพียงความรักที่ฉันมีให้เขาเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหวและคงอยู่ในบันทึกเล่มนั้น
มันถูกเขียนขึ้นในวันแรกที่พบกันถึงวันสุดท้ายที่จากลาและนับจากวันเขาจากไป
ตั้งใจว่าเมื่อพบกันอีกครั้งจะนำสิ่งที่เขียนมอบให้เขา
อาจจะเป็นหนึ่งเดือนสองเดือนหรือหนึ่งปี...สิบปีหรือไม่อีกเลยตลอดไป
ฉันเขียนมันทุกวันด้วยความคิดถึงเขา
ถึงตอนนี้ฉันก็จำไม่ได้เสียแล้ว...ว่านานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้เขียนบันทึกนั้นอีก
เช่นเดียวกับรูปถ่ายของเขาที่อยู่กับฉันมาเนิ่นนานกว่าเจ้าของภาพ
นานแสนนานแล้วที่ฉันไม่ได้หยิบขึ้นมาดู
ด้วยภาพในทรงจำนั้นเด่นชัดจนฉันไม่ได้ต้องการภาพถ่ายใดๆ
และไม่ว่าจะนานเพียงใด ก็ยังคงเด่นชัดอยู่ลึกๆในใจ


เคยมีคำถามต่อเพื่อนคนหนึ่งว่า
ถ้าคนที่เรารักจากไปเราต้องรอเขานานแค่ไหนเขาถึงจะกลับมา
เพื่อนตอบว่า
ถ้ายังรออยู่แปลว่า ไม่นาน
ถ้าไม่ได้รอแล้ว แปลว่ามันนาน(จึงรอไม่ไหวแล้ว)

"เวลา" ทำให้ฉัน ไม่ได้รอหรืออาจเพราะฉันไม่มั่นคงเพียงพอ
"การรอคอย"จึงมีอายุขัยสั้นกว่า " ความรัก"

 


ฉันไม่สู้แน่ใจนักในเรืองรักครั้งแรกของฉัน
ว่าความรู้สึกมันเหมือนกับคนอื่นหรือไม่
แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนล้วนมีความทรงจำเกี่ยวกับความรักครั้งแรกทุกคน
และเมื่อใดก็ตาม ที่เราพูดคุยกับเพือนถึงเรื่อง "ความรัก"
ไม่ว่าเราจะเรียกขานหรือเอ่ยถึงรักครั้งแรกไหม
แต่ในจิตใจลึกๆขณะนั้นย่อมเต็มไปด้วยเรื่องราวและความรู้สึก
ที่เราไม่อาจจะลบเลือนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร

24 ธันวาคม
ปีนี้เป็นปีที่สองที่ฉันตัดสินใจไม่ได้ไปใส่บาตรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดให้กับ" เขา"เหมือนดังสิบกว่าปีที่ผ่านมา
แต่นั่นไม่สามารถทำให้ ฉันหลงลืมได้เลย ในส่วนลึกของจิตใจก็ยังเก็บเขาไว้ด้วยความรัก
ได้ยินเสียงเพลง silent night ที่เขาเคยร้องให้ฟังก็อดไม่ได้ได้ที่จะคิดถึง
หลายวันก่อน ฉันพบเบอร์โทรของเขามาด้วยความบังเอิญ จากการเล่นอินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยี่สมัยนี้มันไร้ขีดจำกัดจริงๆ คนที่ฉันตามหามาตลอดหลายปี ตอนนี้ฉันมีทั้งเบอร์โทร ที่อยู่
ขาดแต่ก็คือความผูกพันที่มันขาดวิ่นไม่เหลือดี...
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหนก็เติมเต็มส่วนนี้ไม่ได้ด้วยมันหายไปกับห้วงเวลา
.
.
.

ฉันจึงได้แต่ปล่อยให้มันผ่านไป...
แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลกลองใจฉัน ในคืนวันเกิดของเขา 24 ธันวาคม


คืนนั้น
จิตใจเลื่อนลอยในห้วงคำนึง
มือคลิกเมาส์เรื่อยเปื่อย
ฉันพบข้อมูลของเขาในเฟสบุค!.......
เหมือนโลกหยุดหมุนอยู่ตรงนั้น
ฉันไม่อาจเข้มแข็งพอที่จะให้มันผ่านไปดังเช่นครั้งที่แล้ว...
ชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะส่งข้อความ อวยพรวันเกิด และขอadd
แต่เมื่อทำไปแล้วฉันนึกตำหนิตนเองที่ทำเรื่องโง่ๆลงไป
ลึกๆแล้ว...ความทรงจำบางอย่างกำลังตื่นนอน

หลายวันต่อมา
เกิดเหตุการณ์ที่มันเหมือนความฝัน
แน่นอนฉันฝันถึงเขาบ่อยครั้ง ในช่วง12 ปีหลังการจากลา
แต่ในครั้งนี้มันคือความจริงเราได้คุยกันอีกครั้งผ่านช่องทางสื่อสารmsn
นั่นคือสิ่งที่ฉันเลือกแทนการโทรศัพท์ เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกอึดอัดมากเกินไป
เขากล่าวขอโทษ กับเรื่องราวที่ผ่านมา
มันเหมือนกับว่า เรื่องราวครั้งนั้นมันเป็นความผิดที่ติดอยู่ในใจของเขา
ฉันได้แต่กล่าวว่าไม่ได้โกรธ และไม่ได้โกรธ
แต่ในใจคิดว่า สิบสองปีที่ผ่านมานับจากการจากลา
สำหรับฉัน สิ่งที่ติดอยู่ในใจคือ "ความรัก "
สำหรับเขา มันคือ"ความผิด" เท่านั้นน่ะหรือ มันมี "ความรัก" หลงเหลือบ้างไหม
แต่จะมีประโยชน์อะไรในการเอ่ยถาม
ถามหาความรัก...ซึ่งในขณะนี้ไม่มีใครพร้อมจะรับมันแม้แต่ตัวผู้ถามเช่นฉันเอง

สิ่งที่สัมผัสได้คือความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจของเขา
ดังนั้นฉันจึงทำหน้าที่สำคัญในฐานะคนที่รักเขาอีกเพียงครั้งและเป็นครั้งสุดท้าย
นั้นก็คือการปลดพันธนาการบาปในใจเขาออกไป

.
.
.
เรื่องที่เขาเดินจากไป ฉันไม่เข้าใจนัก ว่าเป็นเพราะเขาไม่ได้รัก หมดรัก หรือเพราะไปด้วยกันไม่ได้
เหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่ชัดเจนถึงการจากไปนักและเป็นคำถามในใจฉันเสมอมา
หากแต่ฉัน มั่นใจ ว่ามันไม่ใช่ความผิด
การที่เขาเดินจากฉันไป ไม่ใช่ความผิดใดๆและฉันไม่เคยคิดเคืองโกรธ
และไม่อยากให้เขากล่าวโทษแก่ตนเอง
เราพูดจากันอีกเพียงไม่กี่คำ
.
.
.
สำหรับฉันแล้วมีคำเป็นร้อยเป็นพันคำที่อยากจะพูดและถามความเป็นไปของเขา
แต่ก็มีเพียงประโยคโง่ๆของฉันเพียงไม่กี่ประโยคที่พูดออกไป
ด้วยหวังให้เขาสบายใจ และหลุดจากความผิดที่ติดในใจ
เขากล่าวอวยพรให้แด่ฉัน
อ่านแล้วได้แต่ใจหาย รู้สึกถึงการจากกันอีกครั้ง


"เวลา" ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างดี
เส้นทาง ของฉันและเขา ได้แยกจากกันนานแล้ว
และโอกาสที่พบกันในครั้งนี้เป็นเพียงเส้นทางที่" ตัดผ่าน"กันด้วยความบังเอิญ
วันนี้เมื่อบังเอิญเราเดินมาพบกัน และทักทาย นับเป็นเรื่องที่ดี

สิ่งที่ฉัน สูญเสียไปในครั้งนั้น ก็เพียงตัวเขา
แต่ฉันไม่เคยสูญเสีย ความรัก ที่มีครั้งนั้น
การจากกัน จึงไม่ได้หมายถึง การหลงลืมสิ่งดีๆที่เคยมีและทำร่วมกันมา
ฉันจึงบอกแก่เขาด้วยถ้อยคำที่หวังว่า เขาจะรู้สึกดีขึ้นบ้างว่า
"การพบกันระหว่างเรา ไม่ว่าครั้งนั้น หรือครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี"


เราต่างแยกย้ายกันอีกครั้ง
ฉันไม่ได้ร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของเขา
ด้วยว่า ฉันไม่ได้เพิ่งสูญเสียเขาไปวันนี้
หากแต่การสูญเสียนั้นมันเนิ่นนานจนฉันหลงลืมแม้ความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าไม่อาจจะผ่านพ้นมันไป
ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเขาเท่านั้น ที่ไม่ยืนยาวและไม่อาจสานต่อได้
หากแต่ใครสักคนจะตัดสินว่า รักครั้งแรกนั้นไม่ยืนยาว
สำหรับฉันแล้วมันยืนยาวตราบลมหายใจ
เวลานี้ความรักครั้งแรกของฉันมีอายุครบ 14 ปีเพียงพอหรือเปล่า
จำนวนปีไม่ใช่มาตรวัดคุณค่า
หากคุณค่า ก็คือ สิ่งที่เก็บรักษาเอาไว้ในความทรงจำ
นั่นคือ" ความรัก "ซึ่งฉันจะเก็บมันไว้ใต้ปีกความทรงจำตลอดไป


วันนี้ฉันออกเดินบนถนนชีวิตที่คนข้างบนขีดไว้อีกครั้ง
หนทางข้างหน้าไม่มีใครบอกได้ว่าต้องพบเจออะไร
ไม่มีใครรู้ว่าเราต้องพบและจากกับใครอีกบ้าง
อีกกี่ความรักที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเพียงเสี้ยวทรงจำและรอยก้าวบนทางชีวิต
แต่ฉันก็ยังอยากเป็นความทรงจำที่งดงามสำหรับคนที่รัก
ฉันยิ้มให้เพื่อนร่วมทางที่ชื่อว่า"คนรัก" แล้วจูงมือกันออกเดิน
ภายใต้สายตาของเวลาที่เฝ้ามอง........
ฝากความทรงจำไว้...เบื้องหลัง....อีกครั้ง

 

พระจันทร์รำพึง

5-1-53

http://www.oknation.net/blog/completefeeling/2010/01/05/entry-1/comment#post

 

ขอบคุณเพลง ความทรงจำสีจาง ปาล์มมี่

จดหมาย

posted on 28 Mar 2009 10:17 by completefeeling

ในนามของความรัก....
ถึงหัวใจอันอ่อนไหว....
ขณะนี้ฉันมารอพบเธอที่ดวงตาแล้ว....
กรุณาเปิดประตูใจรับฉันในไม่ช้า...
และกรุณาเตรียมที่พักให้พร้อม..
เนื่องจากฉันเดินทางมาไกลและเหนื่อยอ่อนเหลือเกิน..
ของฝากของฉันมีมากมายเหลือเกิน..
ความสุข...ความฝัน...ความหอมหวาน..
และความเข้าใจ....
หัวใจอันเป็นที่รัก..เปิดรับใจไว้รอท่าอีกไม่นานไม่ช้า...ฉันจะไปหาเธอ.......
ด้วยความระลึกถึง
ความรัก


 

ในนามของหัวใจ
ถึงความรักที่ฉันรอคอย..
ฉันไม่อาจอธิบายได้ว่าฉันดีใจเพียงใดที่ได้รับจดหมายจากคุณ..
รู้ไหมว่าฉันเฝ้ารอคุณอยู่แสนนาน..
นานจนฉันคิดว่า..ฉันคงไม่อาจได้พบคุณ...
ฉันเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม..
ดอกไม้..
ของขวัญ..
ความห่วงใย..
ความคิดถึง...
การให้อภัย...
การเสียสละ...
และอีกมากมาย...
ฉันพร้อมแล้วจะดูแลคุณอย่างดี...........

เฝ้ารอคุณทุกนาที
หัวใจ

 

 

ในนามของโชคชะตา...

ถึงหัวใจและความรัก...

ก่อนอื่นฉันของแสดงความเสียใจแด่คุณทั้งสอง..
เนื่องด้วยว่า

 

 

บัดนี้..
หมดเวลาสำหรับความรักที่จะพักผ่อน..คุณไม่มีเวลาหยุดพักใดๆ
ขอให้รีบเดินทางเร็วไว..
เพราะเราต้องเดินทางร่วมกัน..

หัวใจผู้น่าสงสาร..
ฉันไม่ร้ายกับคุณนักหรอกนะ..
ฉันจะให้ความรักทิ้งสัมภาระของความรักไว้ที่คุณ....

ความรัก..
คุณจงทิ้งทุกอย่างไว้ที่หัวใจ..
ไม่ว่าจะเป็นความสุข
ความทุกข์
ความเหงา
ความห่วงหาอาทรณ์
ความทรงจำหรืออะไรก็ตาม...
เพราะการเดินทางไกล..ไม่เหมาะจะพกพาอะไรไปทั้งสิ้น..
อย่าลืมคุณทั้งสองเรามีเวลาไม่มากนัก...

ปล.ไม่ว่าหัวใจจะเป็นอย่างไร..ก็ขอให้ความรักจงรีบเดินทาง..

ด้วยความปรารถนาดีจากโชคชะตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 31 Aug 2009 20:11:04 by พระจันทร์รำพึง

ตายซะ!!!!!!

posted on 19 Mar 2009 09:53 by completefeeling

.

ควรแล้วที่จะตายอย่างเดียวดายในหลุมฝังศพ

ควรแล้วที่คนเอาดินกลบหน้ามีเพียงคุณตาที่เฝ้าสุสาน

ควรแล้วที่อาหารมื้อสุดท้ายมีเพียงน้ำลายที่กลบกลืนบางถ้อยคำในใจ

ควรแล้วที่น้ำรดศพสุดท้ายคือน้ำตาของตนเพื่อแทนทดความแห้งโหยในจิตวิญญาณ

ควรแล้วที่มือสุดท้ายที่กุมก่อนตายคือมือสองมือของคนตาย

ด้วยว่า

ฉันเป็นคนบาปหนาเพราะฉันฆ่าแม้แต่ตนเอง

ฉันเป็นคนต่ำช้าเพราะฉันมิได้เห็นค่าของน้ำมิตร

ฉันเป็นคนเลวทรามที่หลงติดกับความเขลา

ฉันเป็นคนที่วกวนอยู่ในทุกข์เพราะฉัน คลุกและคน แต่"ความรัก"

โอ้ว่า

ความรัก

คำรำพึง

ของคนตาย

ความเอยความรักเจ้าสูงค่ากว่าคนเลว

ความเอยความรักเจ้าขาวสะอาด

ความเอยความรักเจ้ามีที่มาและที่อยู่ที่ค่าควร

ความเอยความรักเจ้าคงอยู่แต่ฉันควรไป

กวีเอย...

ความรักมิใช่ว่า

ไม่อาจเกิดกับคนเลว

กวีเอย

ความรักเกิดได้กับทุกรูปทุกนาม

กวีเอย

ความรักเกิดได้แม้แต่ฆาตรกรผู้ผลาญพร่าชีวาผู้อื่น

แต่

ความรักมิควรเลยจะเคียงคู่เจ้า

ด้วยว่า

เจ้าเลวทรามกว่านั้น

ด้วยว่า

เจ้าฆ่าแม้ตนเอง

กวีเอย

ไหนเลยจะมีใครเข้าใจ

เจ้าจงนอนตายอย่างเดียวดายภายใต้เงาจันทร์

พระจันทร์รำพึง

จากก้นบึ้งหัวใจ

ในเช้าวันที่ 19-3-52

ขอขอบคุณภาพจาก อินเตอเน็ต

 

edit @ 19 Mar 2009 09:55:24 by พระจันทร์รำพึง

 

 

 

 

อยากนั่งรถไฟ
ไปกับคนรัก
อยากจะหยุดพักชีวิต...สับสน
อยากนั่งอิงหลัง
นอนฟังเสียงคลื่น
และยืนเคียงข้างคอยแสงตะวัน
จูงมือหยอกล้อ
วิ่งล้อเล่นคลื่น
ไม่มีใครอื่น
ไม่ต้องฝืนกับเรื่องที่ไม่ใช่เรา...

อยากนั่งนับดาว
ฟังเรื่องราวของกันและกัน
พูดถึงความฝัน
และยิ้มขบขันในเรื่องเบาๆ

อยากนั่งมองฝน
อย่างคนไม่มีอะไรจะทำ
ไม่มีรถติด
ไม่มีงานด่วน
มีเพียงลมหายใจ
และไออุ่นของกันและกัน
ในวันฝนตก...

อยากนั่งรถไฟ
ไล่ตามความฝัน
เก็บเกี่ยวคืนวัน
ที่จะเป็นนิรันดร์ในหัวใจ

อยากจะชวนเธอไป
นั่งรถไฟไปทะเล
ไปนอนไกวเปล
ไปฟังเสียงลม
เอาใจไปพักให้หายทุกข์ตรม
เอาใจไปให้เธอห่มให้หายหนาว
ใต้ฟ้าใต้ดาว
ต่อหน้าทะเล
และบนผืนทราย
ปล่อยตัวตามสบาย
ให้กายเราใกล้กัน
ให้เราได้ผูกพัน
ให้เป็นคืนวันของเราสองคน

อยากนั่งรถไฟไปกับคนรัก
อิงๆอุ่นๆหนุนไหล่ให้ใจสั่น
หลับตาพริ้มฝัน
ถึงทะเลที่จะไป
ฟังเพลงๆเดียวกัน
มองภาพเดียวกัน
เบาะนั่งเดียวกัน
ลมหายใจเดียวกัน
และฝันถึงเรื่องเดียวกัน
ในวันที่เรามีเพียง.."เรา"

 

although it is such a long journey .......we'll be walking through....together

 

 

จดหมายถึงลูกสาว

posted on 12 Oct 2008 02:04 by completefeeling


                   ถึง ลูกสาวของแม่
 
    ตลอดบ่ายวันนี้แม่ใช้เวลาหมดไปกับการนำของใช้และเสื้อผ้าของลูกมาชื่นชม ด้วยความคิดถึง
เสื้อผ้าและของใช้ต่างๆของลูกแม่ยังเก็บไว้ในกล่องใบใหญ่ที่เดิม ใช่มันอยู่ที่ตรงนั้นมาหกเจ็ดปีแล้ว
และทุกครั้งที่แม่คิดถึงลูกแม่ก็จำนำเสื้อผ้าของลูกมาสัมผัสกอด
ด้วยความรักและโหยหาคงเป็นสิ่งเดียวที่แม่ทำได้ในเวลาที่คิดถึงลูกที่สุดยามนี้

 

แน่นอนแม้ว่า..แม่สัญญาว่า แม่จะไม่ร้องไห้
ให้กับความคิดถึงที่มีมีต่อลูก แต่ทุกครั้งแม่ก็อดไม่ได้
มันดูโง่เขลาสิ้นดี..แม่รู้....

 

 
    

           ครั้งใดก็ตาม ที่ความรู้สึกบางอย่างที่เปราะบางข้างใน
มันโหยหา สิ่งที่รอคอยมาเนิ่นนานที่จะพบเจอ
บุคคลอันเป็นที่รักยิ่ง หัวใจทั้งดวงกลับมีชีวิตชีวา
และพลังบางอย่างจะผลักดันให้ยิ้มได้แม้ในวันที่เหนื่อยล้า
ความรู้สึกว่า เราจะได้พบกัน
แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า แม่พบว่าความหวังที่จะพบเจอเจ้ามัน ลดน้อยลง
เช่นนั้นเองที่ทำให้ใจของแม่เจ็บเป็นริ้วๆ
เหมือนว่า มันถูกกรีดด้วยคมมีดอยู่ทุกขณะจิต

 

 

     
  

             เจ็ดปีก่อน แม่จำได้ว่า แม่ดีใจที่สุด ที่จะได้พบลูกสาวที่แม่รอคอย
 เจ็ดปีผ่านไปแม่ยังคงเฝ้ารอคอยแม้รู้แล้วในวันนี้ว่าเราไม่อาจพบเจอ...
ลูกอยู่ที่ไหนนะ รับรับรู้ไหมว่า แม่รักและคิดถึงลูกเพียงใด

         

          แม่เฝ้าอธิษฐานแก่ดวงดาว ผู้เป็นเสมือนมิตรที่ดีของแม่
ให้ช่วยนำพาให้เราได้พบกัน
บ่อยครั้งที่แม่เฝ้าถามดวงดาวว่าเห็นลูกบ้างไหม
ลูกอยู่ที่ไหนสักแห่ง แน่นอน
แม้ว่าที่ๆแม่ปรารถนาให้เจ้าอยู่คืออ้อมกอดของแม่
อ้อมกอดที่รอคอยที่จะกอดเจ้ามาเนิ่นนาน
แต่เหมือนโชคชะตา ช่างเล่นตลก กับคนอย่างแม่
 ที่ทำให้เราไม่ได้พบกัน
และไม่มีวันที่อ้อมกอดของแม่
จะได้โอบสัมผัสลูกสาวของแม่แม้สักครั้ง....

 

 

 

              ครั้งหนึ่งในวันนั้นเมือเจ็ดปีก่อน
เทพแห่งโชคชะตาแนะนำให้แม่รู้จักมิตรอันเป็นที่รัก ทั้งสอง
มิตรอันเป็นที่รักตกลงสัญญาจะบรรณาการมิตรเช่นแม่ด้วยของขวัญล้ำค่า
แต่เทพแห่งโชคชะตาอนุญาตให้แม่รับของขวัญจากมิตรได้เพียงหนึ่งเท่านั้น
 ที่สำคัญแม่มิใช่ผู้เลือกจึงมิอาจเลือกได้
ด้วยเงื่อนไขสำคัญของเทพแห่งโชคชะตาและเทพกาลเวลาเท่านั้นที่จะนำทาง
 
     

         ด้วยเหตุผลกลใดแม่ไม่อาจรู้
เทพแห่งโชคชะตา เดินทางด้วยสะพานของกาลเวลามาพร้อมกับดาวอังคาร
และบรรณาการด้วยของขวัญอันล้ำค่า แด่แม่
แม่รับของขวัญนั้นด้วยความปลาบปลื้มใจ
          

                 แต่อดไม่ได้ที่จะนึกเสียใจว่า
ดาวศุกร์ไปอยู่เสียที่ไหนจึงมาล่าช้ากว่าดาวอังคาร
  แน่นอนบรรณาการอันล้ำค่าของดาวอังคารคือเด็กผู้ชายที่แสนน่ารัก
ที่แม่เฝ้าดูแลด้วยความรัก ถนุถนอมดุจแก้วตาดวงใจ
ในช่วงเวลาแห่งความอิ่มใจ
 

          แม่เฝ้าอิจฉาเกลียดชังเด็กชายจากดาวอังคาร แทนเจ้า...ลูกสาวของแม่
  

             เด็กชาย ผู้ได้รับความรักและถือครองพื้นที่ในหัวใจของแม่ไปจนเกือบหมดสิ้น
  จนมันเหลือไม่มากพอที่แม่จะร้องขอแก่ดาวศุกร์เพื่อนผู้ป็นที่รัก
ให้นำพาลูกมาสู่อ้อมกอดของแม่
 ด้วยแม่กลัวว่าความรักที่หล่อเลี้ยงเด็กชายจากดาวอังคารจะลดน้อยลง
แม่แลกห้วงเวลาอันแสนสงบส่วนตัวของแม่
เพียงเพื่อได้ดูแลเด็กชายจากดาวอังคาร
ผู้เป็นเหมือนแสงตะวันที่อบอุ่นในยามเช้า
ที่ทาบทอส่องแสงในหัวใจแม่ทุกๆวัน...

 

  

       แต่เพราะในวันนี้อาจเป็นเพราะเสียงกระซิบจากก้นบึ้งหัวใจที่ไหวหวั่น
ด้วยหัวใจรักที่แม่มีต่อลูกและเฝ้ารอคอยเจ้ามาตลอด
ทำให้แม่คิดถึงเจ้าอย่างมากมายเหลือเกิน
และเมื่อคิดถึงว่า
ในความเป็นจริงแม่ไม่อาจแม้ได้สัมผัส
 ถึงความหอมของกลิ่นกายเจ้า ลูบไล้แผ่วเบาที่เรือนผมยามเจ้าหลับตา
กอดเจ้าอย่างถนุถนอมเพื่อให้เราได้อบอุ่นไปพร้อมกัน...
แน่นอนมันไม่มีทางเป็นจริง

 

              เนื่องด้วยเทพแห่งรักได้ตรีตรวนหัวใจแม่
ไว้ในกรงของความห่วงใยที่มีต่อเด็กชายจากดาวอังคาร...
จนแม่ไม่อาจจะหักใจให้เดินทางไปเพื่อแสวงหาเจ้า...

 

     แม่ขี้ขลาดเกินกว่าจะยอมให้
พื้นที่ในหัวใจที่เด็กชายจากดาวอังคารถือครองนั้นถูกแบ่งทอนให้ใครได้อีก
แม่ขี้ขลาดเหลือเกินใช่ไหม?...

        เจ้าคงจะนึกโกรธแม่อยู่ในใจ..แต่ไม่ว่าเจ้าจะรู้สึกเช่นไร..
ในตอนนี้ ณ ขณะนี้ที่แม่เขียนจดหมายถึงเจ้า
ผู้ที่แม่ปรารถนาที่จะรัก ด้วยหัวใจทั้งดวง
ผู้ซึ่งแม่รอคอยมานานแสนนาน
ผู้ซึ่งแม่รักเจ้าด้วยหัวใจรักของแม่(ซึ่งแม้บัดนี้จะถูกยึดครองโดยเด็กชายจากดาวอังคาร)
      

           ลูกสาวจากดาวศุกร์
เจ้าคงงดงามส่องแสงอยู่ที่ไหนสักแห่งที่บนฟ้ารับรู้ด้วยเถิดว่า
ทุกตัวอักษรที่ประดับบนกระดาษนี้
เกิดจากความรักและความคิดถึงที่มีต่อเจ้าอย่างมั่นคง...

 คืนนี้แม่จะสวดมนต์ขอพรพระจันทร์
ให้ทอดสะพาน นำจดหมายนี้ส่งถึงเจ้า ด้วยหัวใจ
                       
                                                  แม่
...............................................

         

                ฉันพับจดหมายที่เพิ่งเขียนเสร็จอย่างแผ่วเบา
 และวางลงบนกล่องใบใหญ่ที่ใส่ของใช้เด็กหญิงที่ฉันซื้อตระเตรียมไว้เมื่อหลายปีก่อน
 ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันพยายามเอาสิ่งของเหล่านี้ บริจาคให้กับเด็กสักคน
แต่ด้วยความหวังว่าสักวัน..สักวัน...จนไม่อาจตัดใจ...
กล่องถูกเก็บไว้อย่างเจียมตนในที่ๆไม่มีใครสนใจหรือทันได้สังเกต
แต่ถูกรักษาอย่างดีด้วยความหวังสักว่าสักวันเราจะได้พบเจอ...

 

จดหมายถึงลูกสาว 

 http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai/2008/10/12/entry-1/comment#post

edit @ 12 Oct 2008 02:11:13 by พระจันทร์รำพึง